ทนายหญิงข้ามเพศร้องคณะกรรมการสิทธิฯ แก้ข้อบังคับเนติบัณฑิตและสภาทนายฯ เปิดทางให้ทนายข้ามเพศแต่งกายตามเพศสภาพภายในศาล

4 ต.ค. 66-ชิษณ์ชาภา พานิช ทนายความและเนติบัณฑิตหญิงข้ามเพศ เดินทางยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรียกร้องให้แก้ไขข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2507 ข้อ 17 และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 20 ที่ไม่อนุญาติให้ทนายข้ามเพศแต่งกายตามเพศสภาพได้ ชี้ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ

ชิษณ์ชาภา ระบุว่า ปัจจุบันข้อบังคับของเนติบัณฑิตยสภาและสภาทนายความไม่อนุญาตให้ทนายความข้ามเพศแต่งกายตามเพศสภาพ อาทิ ทนายความข้ามเพศไม่สามารถสวมชุดครุยตามอัตลักษณ์ทางเพศภายในศาล หากฝ่าฝืนเสี่ยงถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายแพ่ง ม.31 (1) และ ม.33 และประมวลกฎหมายอาญา ม.15 มีโทษถึงไล่ออกจากห้องพิจารณาความ จำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

การแต่งกายตามเพศสภาพของทนายความข้ามเพศบริเวณศาลยังถูกนิยามว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เพราะขัดข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.2507 ข้อ 17 และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 ข้อ 20 ที่ห้ามไม่ให้ทนายความข้ามเพศแต่งกายตามเพศสภาพ ซึ่งชิษณ์ชาภา ระบุว่า การห้ามทนายความข้ามเพศแต่งกายตามเพศสภาพของทั้งสององค์กร กำลังสร้างปัญหาให้กับทนายความข้ามเพศและถูกตำหนิจากผู้พิพากษา ทั้งยังเสี่ยงละเมิดอำนาจศาล

ชิษณ์ชาภา ระบุว่า ข้อบังคับของเนติบัณฑิตยสภาและสภาทนายความขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี​ อาทิ บทบัญญัติแห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง ค.ศ. 1966 มาตรา 2 วรรคหนึ่ง มาตรา 26 มาตรา 17 และมาตรา 19 วรรคสอง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 1 (มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันทั้งในศักดิ์ศรีและสิทธิ…)  ขัดต่อสิทธิในการทำงานและการดำเนินชีวิตในการทำงานตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ค.ศ. 1966 มาตรา 6 และมาตรา 2 วรรคสอง แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ค.ศ. 1966

ก่อนหน้านี้เนติบัณฑิตยสภาและสภาทนายความได้เปลี่ยนแปลงระเบียบการแต่งกายของนักศึกษากฎหมาย โดยอนุญาตให้แต่งกายตามเพศสภาพในการเข้าฟังบรรยาย สอบข้อเขียน สอบปากเปล่า อบรมหลักสูตร และรับพระราชทานประกาศนียบัตรได้แล้ว แต่การว่าความในชั้นศาลยังคงใช้ระเบียบเดิม

แม้ว่าเนติบัณฑิตยสภาและสภานทนายความอนุญาตให้ทนายความหญิงสามารถสวมกางเกงว่าความได้แล้ว แต่ในการเข้าฟังบรรยาย สอบข้อเขียน สอบปากเปล่า อบรมหลักสูตรจริยธรรม และการรับพระราชทานประกาศนียบัตรยังคงทนายความหญิงและทนายความหญิงข้ามเพศยังต้องสวมกระโปรงตามข้อบังคับเดิมทำให้เกิดอุปสรรคในการเดินทาง และไม่ปลอดภัยจากการถูกละเมิดทางเพศ อีกทั้งยังเป็นคนละประเด็นกับสิทธิในการแต่งกายตามเพศสภาพ

ชิษณ์ชาภา ทิ้งท้ายว่าได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนให้ใช้อำนาจรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 247 (3) ในการเสนอแนะแนวทางคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่สำนักอบรมกฎหมายบัณฑิตยสภาและสภาทนายความ โดยแก้ไขข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.2507 ข้อ 17 และข้อบังคับสภาทนายความด้วยมรรยาททนายความข้อ พ.ศ.2529 ข้อ 20 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทนายความข้ามเพศสามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศบริเวณศาลได้ อีกทั้งเรียกร้องให้นักศึกษากฎหมายหญิงและนักศึกษากฎหมายหญิงข้ามเพศสวมกางเกงเข้าฟังอบรม สอบข้อเขียน สอบปากเปล่า อบรมหลักสูตรจริยธรรม รับพระราชทานประกาศนียบัตรได้ และให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล

#YoungPrideClub #Law #ThaiPolitic