เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของการแสดง “เดี่ยวสเปเชียล: ซูเปอร์ ซอฟต์ พาวเวอร์”
น่าจะเป็นครั้งแรกตลอดการ “เดี่ยว” หลายสิบครั้งของโน้ส-อุดม แต้พานิช ที่ต้องจารจดไว้ในประวัติศาสตร์การจัดการแสดงของเขา รวมถึงการจัดมหรสพพูดคนเดียวหรือ Stand up Comedy ไทยเลยว่า เดี่ยวสเปเชียล: ซูเปอร์ ซอฟต์ พาวเวอร์ คือการแสดงที่นำไปสู่การแจ้งความผู้แสดงในมาตรา 112: หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้ว
เผื่อใครยังไม่รู้ เดี่ยวไมโครโฟนครั้งล่าสุดนี้คือการแสดงพิเศษที่บริการสตรีมมิ่ง Netflix ว่าจ้างให้โน้สจัดแสดงเดี่ยวเป็นกรณีพิเศษแบบที่ไม่มีการขายบัตร ซึ่งไม่เหมือนเดี่ยว 13 ที่ยังคงมีการจำหน่ายบัตรและจัดการแสดงเป็นปกติ แต่มีการนำเทปบันทึกภาพมาให้บริการกับสมาชิก Netflix แทน
นับตั้งแต่การแสดงเผยแพร่บนแพลตฟอร์มในวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เหมือนจะไม่มีอะไรเพราะมันก็คือเดี่ยวที่โน้สแสดงอยู่ทุกครั้งที่คราวนี้ ซึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เดี่ยวไมโครโฟนของเขาถูกตั้งคำถามในแง่ของความเหมาะสมที่เขานำคนมา “บูลลี่” บนเวทีนักต่อนัก อาจจะเริ่มตั้งแต่ที่เขาจิกกัดรัฐบาลทหารในการแสดงเดี่ยว 13 ที่มีเสียงจากฟากฝั่งหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านอย่างเผ็ดร้อน รวมถึงการแสดงหมู่ 2 ที่ก็มีละครล้อเลียนรัฐบาลประยุทธ์ด้วยเช่นเดียวกัน
แต่ทั้งหมดนี้มันค่อยๆ ลุกลามจากผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ จนไปถึงการโฟกัสในประเด็น “ความพอเพียง” ที่กลายเป็นไฟลามทุ่งจนตอนนี้ ปารีณา ไกรคุปติ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับอุดมแล้ว

ภาพ: Netflix, Made in Happyland
เมื่อมั่นคงไม่มั่นใจ
ถ้าเอาตั้งแต่เริ่มต้นจริงๆ หนึ่งในผู้คนที่เสียงดังพอจะเปิดประเด็นดราม่านี้ได้คือ มั่นคงแก็ดเจ็ท ร้านขายหูฟังและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่มีกมล พูลทรัพย์ เป็นหนึ่งในเจ้าของได้ใช้พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์แสดงความคิดเห็นและใช้พื้นที่ “ตำหนิ” โน้สถึงการหยิบเนื้อหาเกี่ยวกับ “บาร์อะโกโก้” ในจังหวัดทางตอนใต้ ผ่านลีลาการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน เห็นภาพชัดเจน พร้อมกับที่โน้สชี้ชวนให้ผลักดันการแสดงเหล่านี้เป็น “ซูเปอร์ ซอฟต์ พาวเวอร์” มากกว่าสิ่งที่รัฐไทยพยายามเชิดชูอยู่ด้วย
ทั้งนี้ไม่มีการระบุว่าในสถานะนั้น ใครเป็นคนเขียนกันแน่ แต่เนื้อหาก็คือการกล่าวตำหนิถึงการเลือกเอาเนื้อหาที่ล่อแหลม ลามก มาทำให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปเข้าถึงง่าย และชี้นำว่าเนื้อหาเหล่านี้มีการ “คุกคามทางเพศ” ก่อนที่เขาจะจบบทสนทนาในส่วนของตัวเองด้วยการระบุในช่องคอมเมนต์ว่า “โพสต์นี้ขออนุญาตแฟนเพจไม่ตอบทุกเม้นท์นะครับ ผมว่ามันมีเนื้อหาสาระที่เราต้องพิจารณาจริงๆ จังๆ อยู่”
เราเลยขอพิจารณาสาระสำคัญที่ตัวแทนของมั่นคงแก็ดเจ็ทพูดถึงบนพื้นที่ของร้านก่อนเลย ว่ากันตามจริงมันไม่ถูกต้องอยู่แล้วที่จะแสดงทรรศนะส่วนตัวบนเพจธุรกิจ เพราะมันมีผลกับภาพลักษณ์ของธุรกิจโดยอัตโนมัติ ซึ่งทรรศนะหนึ่งของมั่นคงแก็ดเจ็ทที่อยากให้โน้สไตร่ตรองโชว์ก่อนเอามาลงให้ชมได้เป็นสาธารณะก็เป็นเรื่องที่ดี
แต่ในทางกลับกัน เนื้อหาเกี่ยวกับ “บาร์อะโกโก้” มันไม่ได้มีการคุกคามเลย ซึ่งเราคอนเฟิร์มด้วยการให้ทีมนักกิจกรรมช่วยดูแล้ว เพราะมันคือการเล่าเรื่องการแสดงบนเวทีที่มีความอิโรติกและเป็นสิ่งที่พบเห็นได้จริงในสถานบันเทิงช่วงกลางคืน และมันคือสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจนมีรายได้-ได้จริงๆ
เราเองที่ร่วมผลักดันการต่อต้าน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ยังนึกชมโน้สเลยว่าเขากล้ามากที่เอาเรื่องพูดนี้มาพูดอย่างเสียงดังฟังชัด เพราะมันคือการสนับสนุนแรงงานให้เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย ได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม เฉกเช่นเดียวกับแรงงานประเภทอื่นๆ
จริงๆ แล้วตัวแทนของมั่นคงควรจะต้องแวะมาตอบคอมเมนต์ในเพจบ้าง ให้สมกับที่เคลมว่า “มีเนื้อหาสาระที่ต้องพิจารณาจริงๆ จังๆ” ไม่ใช่ปล่อยร้างแล้วขายของต่อ มันแสดงถึงการไม่เปิดรับฟังความเห็นอย่างรอบด้านตามกลไกการแสดงความคิดเห็นและถกเถียงในสังคมเท่าไหร่
มั่นใจหน่อยสิ มั่นคง

ศิลปินแห่งชาติ
วันที่ 7 พฤษภาคม 67 เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นมากๆ ได้อัพโหลดคลิปวิดีโอสั้นๆ จากประเทศจอร์เจียโดยมีเนื้อหา “ด่า” โน้สถึงการที่เขาพูด “ดูหมิ่น” ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเนื้อหาจากการแสดงของโน้สส่วนหนึ่งระบุว่า
“ผมเนี่ยโดน มึงอย่าไปวาดการ์ตูน โตไปจะทำอะไร มึงจะวาดรูปเป็นเหรอ เป็นศิลปินไส้แห้ง มึงรู้จักป่าวเนี่ย Crybaby (งานศิลปะอาร์ตทอยโดยมด-นิสา ศรีคำดี หรือ Molly) วาดการ์ตูน (จัด) นิทรรศการ สองวันแรก (รายได้) ซัดไปร้อยกว่าล้าน มึง กูบอกเลย ศิลปินรุ่นเก่า (ศิลปิน) แห่งชาติอาจจะทำได้ไม่ถึงเท่านี้เลย ฉะนั้น อย่าไปคิดว่าชุดความรู้มึงจะไปบอกเค้าได้”
จากเนื้อหาดังกล่าว เฉลิมชัยได้แสดงความคิดเห็นที่ผสมคำผรุสวาทหยาบคายเป็นจำนวน ซึ่งอุปมานได้ว่าเขา “ด่า” โน้สกลับว่า “มึงพาดพิงถึงศิลปินแห่งชาติ พี่หวัน (ถวัลย์ ดัชนี) กูก็เป็นศิลปินแห่งชาติ กูฝากนิดหนึ่งว่า มึงจะพูดอะไรก็ได้ แต่อย่ามาเอ่ยถึงพวกกู มึงอย่าบอกว่าเด็กเก่งกว่ากู กูยอมรับว่า เด็กมันเก่งกว่ากู มันหาเงินได้ 100 ล้านได้ภายในวันสองวัน มันก็เก่ง ก็ดีแล้วไง เหมือนกูมึงรู้ไหม สมัยกูเป็นเด็ก กูหาเงินง่ายกว่าทุกคน กูดัง พี่หวันก็เหมือนกัน มึงเข้าใจไหม

ภาพ: รายการ Perspective (Blackdot, JSL Global Media)
“ทางเดินทุกวันนี้ กูได้ดิบได้ดีเพราะพี่หวัน เพราะรุ่นเก่ารุ่นแก่ ครูบาอาจารย์ รุ่นพี่กูทุกคนในวงการศิลปะในวงการ ถากถางหญ้ามาให้กู กูถึงได้มีทุกวันนี้ มึงดูถูกพวกกูไอ้ห่า กูถากถางหญ้าให้มึง กูไม่เคยดูถูกรุ่นพี่กูทั้งหมด ครูบาอาจารย์รุ่นเก่า กูเคารพเขาทั้งหมดเพราะเขาถากถางให้กู มึงเข้าใจไหม กูเดินตามเขา พูดเหี้ย ปากหมาเรื่อยมึง ไอ้สัตว์ ไอ้น้องส้นตีน”
โดยบริบทแล้ว เฉลิมชัยมีสิทธิ์ที่จะโกรธ เพราะมันมีการพาดพิงถึง “ศิลปินแห่งชาติ” จริงๆ และในบริบทนี้ ถึงแม้รางวัลศิลปินแห่งชาติจะมี 4 สาขา แต่เพราะโน้สพูดถึงศิลปินที่ทำงานศิลปะที่จับต้องได้ ก็ย่อมตีความได้ว่าโน้สกำลังกล่าวถึงศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ที่เขาและถวัลย์-ผู้เป็นอาจารย์ของเฉลิมชัยได้รับรางวัลมา การที่โน้สพูดและดูจากบริบทรายล้อมมันก็ถูกแล้วที่จะเข้าใจได้ว่า เขากำลังดูหมิ่นศิลปินแห่งชาติ
แต่ในทางกลับกัน ถ้าฟังเนื้อหาเรื่อง “ความแก่” ทั้งก้อนแล้ว จริงๆ โน้สไม่ได้สื่อสารที่จะดูหมิ่นใครเลย เขาแค่อยากให้ผู้ใหญ่ยุคนี้ ทำตัวให้สมกับความเป็นผู้ใหญ่ที่ควรได้รับการเคารพจากเด็กรุ่นใหม่ที่มีวุฒิภาวะ และชุดความคิดที่เปลี่ยนไปจากการพลวัตในสังคม
ฟากฝั่งหนึ่งอาจรู้สึกโกรธเพราะเป็นการรับฟังที่ไม่ครอบคลุมสารสาระทั้งหมด แต่อีกฝั่งก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินหรือดูหมิ่นบุคคลอื่นๆ หรอก
อันนี้เราเข้าใจ แต่เรื่องต่อไปนี่แหละโหดกว่า
คำง่ายๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำ
ช่วงหนึ่งของโชว์ โน้สเล่าถึงการไปใช้ชีวิตที่กาญจนบุรีแบบอย่างที่อยากตัดขาดจากโลกภายนอก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ป่าเขา ก่อนจะต้องยอมแพ้ไปเพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างชีวิตปกติ ก่อนที่เขาจะสรุปเนื้อหาในองก์นี้ว่า
“หลังจากไปอยู่กับธรรมชาติ อยากรู้สึกว่าพอเพียง สารภาพตรงนี้เลยว่าเป็นคนไม่รู้จักพอ อยู่ไม่ได้จริงๆ จริตตนมันไม่ใช่ ตนดัดจริตเฉยๆ ทำเป็นอยากพอเพียง อยากปลูกผัก แต่เราไม่ได้เป็นจริงๆ เราแค่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเป็น แล้วเราก็อยากจะเป็นแค่นั้นแหละ แต่ไม่ง่ายเลย
“แล้วเราก็ไปเห่อตามดารา อินฟลูเอนเซอร์ที่ไปอยู่ เห็นเขาเกี่ยวข้าว แต่เขาลงมาจากรถตู้ มันพอกครีมกันแดดหลายตลบแล้ว มันลงไปถ่ายภาพเกี่ยวข้าวลงไอจีแล้วกลับไปห้องแอร์ คนที่ปลูกจริงๆ คือชาวไร่ชาวนาทั้งนั้น อย่าดัดจริต กูรู้แล้วว่าไม่ใช่เกษตรกร ตอนเด็กๆ กูจนมาพอแล้ว ไม่ต้องดัดจริตทำเป็นจน อยากมีแอร์เย็นๆ เน็ตแรงๆ ดูหนังได้ทั้งวัน ไม่มีแมลงหวี่มาตอมตา กูคือผู้บริโภค”
ก่อนที่จะมีการแสดงความคิดเห็นจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างเผ็ดร้อน (มาก) ถึงการพูดถึงคำว่า “พอเพียง” อย่างผิดบริบท ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ต้องมีคำว่า “ของ” ด้วย) นำไปสู่การตีตราโน้สใน “แบบที่เราเข้าใจกัน” จนมีการปั่นกระแสขึ้นมาว่า เดี่ยวครั้งนี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม จนต้องขอยกเลิกสมาชิก Netflix ด้วยการถอดจานดาวเทียม และคืนกล่องรับสัญญาณ จนโน้สสอดรับดราม่านี้ด้วยการเล่นมุกดังกล่าวที่หน้าอาคารออฟฟิศแห่งหนึ่งว่า จะเอากล่องและจาน Netflix มาคืน ซึ่งจริงๆ แล้ว Netflix คือบริการสตรีมมิ่งบนอินเทอร์เน็ตต่างหาก

ภาพ: รายการคนดังนั่งเคลียร์ (ช่อง 8)
เรื่องนี้อาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อมี “นายตำรวจ” ลงมาผสมโรงแสดงความคิดเห็นถึงการที่โน้สพูดถึงคำว่า “พอเพียง” ก็ดูจะทำให้เรื่องนี้บานปลาย เริ่มตั้งแต่ผู้การแต้ม-พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นบน TikTok ส่วนตัวในท่าทีที่ไม่ได้รุนแรงว่า
“คุณได้พูดถึงเรื่องความพอเพียง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่การกระทำของคุณทำให้สังคมส่วนใหญ่เข้าใจผิด บิดเบือน เพราะคุณเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นบุคคลที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กและคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือว่าคุณนั้นเป็นต้นแบบ
“การที่คุณออกมาพูดแล้วทำให้เป็นเรื่องตลก แต่แท้จริงแล้วเป็นเรื่องตลกร้ายของสังคมไทย สิ่งที่คุณพูด คุณเข้าใจผิด เช่นเรื่องความพอเพียง คุณสื่อความผิด ความพอเพียงนั้นไม่ใช่แค่การปลูกผัก ทำนา ทำไร่ แต่เป็นเรื่องแนวความคิด ปรัชญาที่ลึกซึ้งในการสอนคนให้รู้สึกใช้ชีวิตแบบพอประมาณ มีเหตุ มีผล และมีภูมิคุ้มกัน สามารถนำไปปรับใช้กับทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพได้”
ส่วนที่แรงจนน่าตกใจ ก็เห็นจะเป็นวาทะของเรวัช กลิ่นเกษร ที่พูดถึงขั้นว่า “ต้องดัดสันดานมัน ถ้านั่งดูอยู่ด้วยนะวันนั้น จะขึ้นไปถีบบนเวทีไม่ให้พูดจบ น่าถอดรองเท้าปาใส่หน้ามัน”
ทรรศนะอย่างหลังมันคือการใช้ความรุนแรงที่ไม่ควรออกมาจากปากผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เลย รวมถึงมันมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรวัชอาจคิดว่าตัวเองเป็นนายตำรวจที่ได้คะแนนบวกบนหน้าสื่อจากวีรกรรมใดๆ แต่การ “กร่าง” ใส่ศิลปินเดี่ยวไมโครโฟนเพียงเพราะไม่พอใจในสิ่งที่เขาสื่อสาร (และฟังไม่แตกฉานด้วย) มันก็สะท้อนเจตนาของการออกมาพูดในครั้งนี้แล้ว

ภาพ: รายการโหนกระแส (ดีวันดีคืน)
แล้ววันต่อมา เรวัชก็ออกมาโพสต์คลิปอีกครั้ง โดยเขาระบุว่าเขาดูคลิปจนจบแล้ว และรับรู้เนื้อหาทั้งหมดจนครบถ้วน “พอไปฟังคลิปเต็มๆ แล้วเขาไม่ได้ทำหรือมีคำพูดผิดกฎหมายอะไร แต่ว่าเขารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเจตนาต้องการแขวะใคร”
และเขาขยายความต่อที่อยากจะ “ถอดรองเท้าปาใส่หน้า” เรวัช “แค่คิดเฉยๆ”
และแน่นอน มี “นักร้อง” และตัวละครทางการเมืองบางคนใช้มาตรา 112 เล่นงานอุดมแล้ว ไม่ว่าจะสนธิญา สวัสดี ที่ยื่นหนังสือร้องผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาง และปารีณา ไกรคุปต์ ที่ตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับโน้สในมาตรา 112 ก็อย่างที่เรารู้กันว่ามันคือการใช้ข้อกฎหมายเล่นงานคนที่มีความคิดต่างฟากฝั่ง ซึ่งในโมงนี้เวลานี้มันไม่ควรมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นแล้ว และเตรียมดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มอย่าง Netflix ต่อ
แต่โชคยังดีที่ยังมีคนในสังคมมองว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เพราะพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงผ่านหน้าสื่อ และบอกว่า “ดูให้จบ” รวมถึงยังมีทนายความอีกหลายท่านออกมาแสดงความคิดเห็นถึงการใช้กฎหมายเล่นงานในครั้งนี้ว่า ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้

ภาพ: รายการคุยแซ่บโชว์ (Orange Mama)
อิสระ “เสรี” ในการสื่อสาร
สุดท้ายก็จะย้อนกลับมาถึงอนาคตของวงการ Stand up Comedy หรือเดี่ยวไมโครโฟนนี่แหละว่า ท้ายที่สุดถ้าไม่นับทรรศนะบางอย่างที่ควรต้องระวังอยู่แล้ว เพราะอาจไปสู่การทำร้ายกันผ่านคำพูดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือการใช้วาทะบางอย่างเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ดันน่ากลัวมากๆ ด้วย เพดานในการพูดของมันอยู่ตรงไหน
โน้สเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการพิเศษ “ซิตดาวน์ วิท สแตนด์อัพ” บน Netflix อีกนี่แหละว่า
“ผมว่าเพดานในการพูดของชาติเรา เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Stand up Comedy ไม่ค่อยเจริญเติบโต มันเป็นธรรมดา ที่ไหนไม่มีแดด ต้นไม้ก็ไม่งอกงามอยู่แล้ว ยิ่งทุกวันนี้มีความเข้มข้นเรื่องการเหยียด การบูลลี่ การด้อยค่า เพศสภาพ เรื่องราวหลายเรื่องที่แตะยาก และสังคมตอนนี้ก็อ่อนไหวมากๆ แต่ทำได้ไม่ง่ายนะในประเทศนี้ ไหนต้องมีคดี เพราะมีนักฟ้องเยอะแยะ มันเกร็งไปหมดเลย”
ครึ่งหนึ่งของการเป็นเดี่ยวไมโครโฟนมันคือ การล้อเลียนซึ่งมันเป็นส่วนย่อยๆ ของการ Bully ที่ก็ไม่ใช่เรื่องที่สังคมยอมรับได้ แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่าท้ายสุดแล้ว ดราม่าที่ใหญ่ที่สุดคือการตีขลุม “ความพอเพียง” นี่แหละที่ทำให้เราเห็นชัดแล้วว่า โน้สเป็นเหยื่อของฟากหนึ่งในสนามการเมืองนี้ไปแล้ว ซึ่งตอกย้ำเพดานการพูดที่จ้องจะมี “นักฟ้อง” และ “นักร้องเรียน” ดาหน้ากันออกมาเมื่อพูดอะไรออกมา

ภาพ: Netflix, Made in Happyland
อ้างอิง: ไทยรัฐออนไลน์, PPTV, มติชน

You must be logged in to post a comment.