วิธีเขียนแบบฟอร์มลงทะเบียน หรือ แบบฟอร์มสำรวจให้ทันสมัย Inclusive

ในยุคสมัยที่ทุกคนให้ความสำคัญกับภาษาที่ inclusive แล้ว ทำไมคนไทยยังตามไม่ทัน?

ช่วงที่ผ่านมา งานของฉันทำให้ต้องพบเจอ “trauma มือสอง” เยอะมาก คือเรื่องสะเทือนใจที่มาจากแหล่งอื่นแต่ส่งผลถึงจิตใจของเรา แน่นอนว่ามันก็ทำให้ฉันอยากหาที่ฮีลใจ พักใจ ผ่อนคลายกันบ้าง ทันใดนั้น ฉันก็เหลือบไปเห็นว่ามีกลุ่มทำกิจกรรมจัดค่ายแบบฮีลใจ ฉันก็เลยคลิกเข้าไปจะกรอกแบบฟอร์มเข้าร่วมเสียหน่อย

เท่านั้นแหล่ะค่ะ

จากที่ระดับความ trauma อยู่ที่ 5 กะโหลก
ก็พุ่งขึ้นไปอีกเป็น 7 กะโหลก

เพราะสิ่งที่พวกเขาถามเป็นอย่างแรกเลยคือ
“เพศสภาพ ของคุณคืออะไร (เพศกำเนิด)”

แล้วก็มีชอยส์ตัวเลือกแค่ “ชาย” กับ “หญิง”
หลังจากนั้นก็มีอีกคำถามหนึ่งที่ระบุตัวเลือกว่า “ชาย, หญิง, LGBTQ+” 

คือเอา LGBTQ+ มามัดรวมกันหมดเหมือนเป็นก้อนเดียว เหมือนทุกคนเป็นแค่ “สิ่งแปลกแยกทางสังคมร่วมกันที่ควรจัดประเภทเอาไว้รวมเป็นกลุ่มๆ เดียว” แทนที่จะมองเห็นความหลากหลายของพวกเราปะปนอยู่ในชุมชน ในพื้นที่ชีวิตของพวกคุณ

แค่นี้ก็สะท้อนทัศนคติแย่ๆ ออกมาแล้ว ยังไม่นับว่ามันผิดในอีกหลายแง่
เช่น เรื่องที่เอา เพศสภาพ (Gender) มารวมกับ เพศสรีระ (Sex) แล้วก็มีแต่ชาย กับ หญิง ฟังดูเหยียดคนข้ามเพศและสะท้อนความไม่เข้าใจเรื่องมิติทางเพศที่เรียกว่า SOGIE+ อย่างจริงจัง อีกเรื่องหนึ่งที่ผิดอีกคือการเอาเพศวิถี (Sexual/Romantic Orientation) มารวมกับเพศสภาพ (Gender Identity)

ในที่นี้ฉันก็ไม่ได้อยากจะต่อว่าใครหรือกลุ่มใดเป็นพิเศษ เพราะเข้าใจดีว่าประเทศของเราขาดการเรียนรู้ในเรื่องนี้
แต่ที่ต้องยกมาพูดเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเห็นการออกแบบ แบบฟอร์ม ที่ผิดๆ ไม่มีความ inclusive ขาดการคำนึงถึงอย่างครอบคลุมเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยเจอแบบฟอร์มที่ถามว่าเป็นเพศอะไรแล้วก็เอาเพศวิถีมาผสมปนมั่วไปหมดกับเพศสภาพ เช่น เอาเลสเบียน (เพศวิถี) กับนอนไบนารี (เพศสภาพ) มาไว้ในหมวดหมู่เพศเดียวกัน แบบที่ต้องเลือกตอบ ไม่ใช่ checklist ให้ตอบได้หลายอย่าง

แต่ที่ตลก คืออะไร รู้ไหมคะ
ฉันเคยทำแบบฟอร์มของงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการใช้ฮอร์โมนของคนข้ามเพศ พบว่ามันเป็นแบบฟอร์มที่มีความเข้าใจเรื่อง SOGIE+ และเรื่องคนข้ามเพศ มากกว่าแบบฟอร์มจากกลุ่มนักกิจกรรมเสียอีก ถึงแม้จะไม่ 100% ก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม ฉันพบว่า แบบฟอร์ม จากตะวันตกที่ใช้ภาษาอังกฤษหลังปี 2020 เป็นต้นมา โดยส่วนใหญ่แล้วมีการให้ความสำคัญกับภาษาที่ inclusive และเข้าใจเรื่อง SOGIE+ อย่างถ่องแท้ ไม่รู้สึกว่าเขาล่วงล้ำ ล่วงเกิน หรือลดทอนคุณค่าของเพศเราเลย

ฉันจึงต้องขอ ให้ข้อเสนอแนะนำเสียหน่อย ว่าในสากลโลก เขาทำแบบสำรวจได้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว และขอให้คนไทยตามให้ทันโลกกันบ้างจะได้หรือไม่

พื้นฐาน SOGIE+

ก่อนจะไปถึงเรื่องแบบฟอร์มที่ถูกต้อง ฉันขอสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ มิติต่างๆ ในเรื่องเพศที่มีอยู่ในตัวเราที่เรียกว่า SOGIE+ เสียก่อน (เหมือนหนังฉายซ้ำเลยค่ะ ฉันให้ความรู้เรื่องนี้มาหลายครั้งมาก แต่ก็ไม่เคยเรียนรู้กันสักที)

บางคนอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าการแบ่งมิติเช่นนี้เป็นการแบ่งแยก หรือเป็นความเรื่องมาก เป็นการแปะป้าย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องปรกติมาก คือในตัวคนเรามันมีอยู่หลายมิติอยู่แล้ว เหมือนที่เราแบ่งเรื่องงานอดิเรก ออกจากงานประจำ คนที่ทำงานเป็นเภสัชกร ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีงานอดิเรกนั่งผสมยาก็ได้ แต่มีงานอดิเรกคือเล่นบอร์ดเกม หรือกระทั่งไปเดินชมงานศิลปะในแกลอรี ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ศิลปิน แต่เป็นเภสัชกร

เห็นหรือยังคะ ในตัวคนเรามีหลายมิติทับซ้อนกันอยู่ แค่งานที่ทำ กับงานอดิเรก ก็ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกันแล้ว
SO = เพศวิถื กับ GI = เพศสภาพ ก็เช่นเดียวกับประเด็นนี้กันค่ะ 
ลองนึกภาพว่า คือ อย่างหนึ่งเป็น งานประจำ อีกอย่างหนึ่งเป็น งานอดิเรกก็ได้

เพศวิถี SO คือ เรารักใคร, เรารู้สึกดึงดูดทางเพศกับเพศไหน (หรือไม่รู้สึกดึงดูดเลย)
เพศสภาพคือ GI เราเป็นใคร, สำนึกทางเพศของเราคืออะไร ซึ่งมีทั้งคนที่มีสำนึกสอดคล้องกับเพศกำเนิด จะเรียกว่า cisgender หรือคนเพศสอดคล้อง/คนตรงเพศ สำหรับคนที่สำนึกทางเพศต่างกันกับเพศกำเนิดจะเรียกว่า transgender หรือคนข้ามเพศ 

เช่น คนๆ หนึ่งมีสำนึกทางเพศเป็นชายแต่ตอนเกิดถูกหมอที่ไหนไม่รู้มาบอกว่าเป็น “หญิง” เฉยเลย เพียงเพราะดูตามสรีระตอนเกิด ก็ควรจะเคารพสำนึกทางเพศของเขาว่าเป็น ชายข้ามเพศ เป็นต้นค่ะ

ส่วน E คือ Expression หรือ การแสดงออกทางเพศ มักจะเป็นส่วนที่ลื่นไหลที่สุดและมักจะไม่ค่อยจำเป็นต่อการสำรวจหรือแบบฟอร์มการลงทะเบียนสักเท่าไหร่ เว้นแต่ว่า ถ้าทำการสำรวจหรือวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จะมีอยู่ในส่วนของคำถามไปเลย (แทนที่จะอยู่ในหมวดข้อมูลส่วนตัว)

นึกดูค่ะ [คนเป็นเภสัชกร], {ชอบเล่นบอร์ดเกม}, (แต่งตัวติสท์ๆ นอกเวลางาน)
[ผู้หญิงข้ามเพศ], {ชอบผู้หญิงด้วยกัน}, (แต่งตัวทะมัดทะแมงแบบแมนๆ)ข้างบนคือ [งานประจำ], {งานอดิเรก}, (สไตล์การแต่งตัวยามว่าง)

ข้างล่างคือ [เพศสภาพ], {เพศวิถี}, (การแสดงออกทางเพศ)
มิติของคนเรามันก็แยกได้แบบนี้แหล่ะค่ะ
และสิ่งสำคัญญที่ฉันอยากจะแนะนำอีกอย่างหนึ่งคือ…

ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ต้องให้ระบุเพศกำเนิด

นี้คือคำแนะนำแรกค่ะ มีอยู่แค่ไม่กี่กรณีเท่านั้นที่ควรจะถามเพศกำเนิดด้วย คือกรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องเก็บข้อมูลเชิงการแพทย์ในเรื่องนี้ แต่กระนั้นก็ต้องคำนึงถึงอย่างครอบคลุมคือมีความ inclusive ต่อคนที่เป็น intersex หรือ DSD (ผู้มีพัฒนาการสรีระทางเพศที่แตกต่าง) ด้วย

มีไกด์ไลน์จรรยาบรรณและความซื่อตรงในการวิจัยและเก็บข้อมูลมนุษย์ ของมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นซิดนีย์[1] ระบุว่าสำหรับการสำรวจหรือการลงทะเบียนที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศสภาพ หรือเพศวิถี ก็ควรจะให้มีช่องเว้นว่างเพื่อระบุเพศตัวเองที่ไม่ตรงกับในตัวเลือกด้วย นอกเหนือจาก เพศชาย (ซึ่งจะรวมชายข้ามเพศด้วย เพราะชายข้ามเพศคือผู้ชาย) และเพศหญิง (ซึ่งจะรวมหญิงข้ามเพศด้วย เพราะหญิงข้ามเพศคือผู้หญิง) ช่องเว้นว่างให้ระบุเพศตัวเองนี้ มีไว้สำหรับผู้มีเพสสภาพนอกเหนือจากหญิงและชาย เช่นนอนไบนารี ผู้ไม่มีเพศสภาพ (Agender) รวมถึงมีช่อง “ไม่ต้องการระบุเพศ” ด้วย

ถ้าคุณต้องการระบุเพศสภาพในแบบที่ inclusive มาก หรือเพศสภาพมีผลต่อการสำรวจของคุณก็แนะนำให้ใช้ลิสต์นี้ค่ะ

  1. เพศสภาพของคุณคือ (Gender Identity)
  • ชาย
  • หญิง
  • นอนไบนารี
  • เจนเดอร์เควียร์
  • บุคคลลื่นไหลทางเพศ เจนเดอร์ฟลูอิด
  • ขออธิบายด้วยตัวเอง ระบุ…
  • ขอไม่ตอบคำถามนี้ / ไม่ขอเปิดเผย

มีคำแนะนำว่าไม่ควรแยกคำว่า “ทรานส์” หรือ “คนข้ามเพศ” ออกมาโดดๆ แยกจากชายหญิง เพราะมันเป็นเหมือนการสื่อว่าชายข้ามเพศ ไม่ใช่ผู้ชาย หญิงข้ามเพศไม่ใช่ผู้หญิงแต่เหมือนทำให้เพศทรานส์ เป็นอีกเพศหนึ่งไปเลย มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดก็เคยพูดถึงไกด์ไลน์เรื่องนี้ไว้ [4]  หรือถ้าอยากจะแยกขนาดนั้นจริงๆ ก็ควรจะให้มีทั้ง “ชายตรงเพศ” กับ “ชายข้ามเพศ” และ “หญิงตรงเพศ” กับ “หญิงข้ามเพศ”

ซึ่งจะออกมาเป็นแบบนี้ เพศสภาพของคุณคือ

  • ชายตรงเพศ
  • ชายข้ามเพศ
  • หญิงตรงเพศ
  • หญิงข้ามเพศ

แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็แนะนำหมายเลข 1 มากกว่าอยู่ดี

สำหรับกรณีที่ต้องการสำรวจเพศวิถีด้วย

  1. เพศวิถี
  • รักต่างเพศ
  • เกย์ / ชายรักชาย
  • เลสเบียน / หญิงรักหญิง
  • Bisexual (รักสองเพศ หรือมากกว่านั้น)
  • Pansexual (รักได้ทุกเพศ)
  • Asexual (ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศกับใคร)
  • เควียร์
  • ขออธิบายด้วยตัวเอง ระบุ…
  • ขอไม่ตอบคำถามนี้

สำหรับการสำรวจหรือวิจัยที่มีการเฉพาะเจาะจงเรื่องเพศกำเนิด ควรจะเป็นงานวิจัยที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เท่านั้น เช่นงานวิจัยเชิงสรีระทางการแพทย์ ถ้าเป็นการสำรวจหรือลงทะเบียนอื่น ไม่จำเป็นต้องมีข้อ 3 เพราะคนข้ามเพศจำนวนมากจะรู้สึกอึดอัดกับเพศกำเนิดที่ไม่ใช่ตัวพวกเขาเอง

  1. เพศที่ถูกระบุตอนเกิด (Sex Assigned At Birth)
  • ชาย
  • หญิง
  • อื่นๆ ระบุ…
  • ขอไม่ตอบคำถามนี้ / ไม่ขอเปิดเผย

กรณีที่เป็นการสำรวจวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็น Intersex หรือ DSD ด้วย ก็จะมีข้อ 4

4.) คุณเป็นผู้ที่สรีระทางเพศที่กำกวมหรือมีพัฒนาการทางเพศที่แตกต่างใช่หรือไม่ (Intersex หรือ DSD)

  • ใช่
  • ไม่ใช่
  • ไม่ทราบ
  • ขอไม่ตอบคำถามนี้

จริงๆ แล้วข้อที่ 4 นี้ถ้าไม่ใช่อะไรที่เกี่ยวกับการแพทย์ หรือการสำรวจเรื่อง Intersex กับ DSD ก็ไม่มีความจำเป็นต้องถาม หรือถ้าเป้นการวิจัยทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยข้อมูลจากเพศกำเนิดอย่างเข้มงวด ก็ให้ถามคล้ายข้อ 3.) แต่เพิ่มส่วนของ Intersex ลงไปโดยเฉพาะ แบบตัวอย่างข้อ 5 ค่ะ

5.) เพศสรีระที่ถูกระบุตอนเกิดของคุณคือ

  • ชาย
  • หญิง
  • Intersex

อ้าว เอาล่ะสิ มีตั้งเยอะแยะมากมายขนาดนี้ จะยัดลงไปในแบบสอบถามหมดได้อย่างไร แต่จริงๆ แล้วเราไม่ต้องใช้ทั้งหมดก็ได้ค่ะ แต่ใช้แค่จำเป็น เว็บไซต์เรื่องการสำรวจแบบสอบถาม Survey Monkey ก็พูดถึงเหมือนกันว่า เรื่อง SOGIE+ เนี่ย เป็นเรื่องที่มีความเป็นส่วนตัวอยู่มาก จึงควรแจ้งกับผู้ตอบแบบสอบถามว่าจะนำข้อมูลนี้ไปใช้ทำอะไรด้วย[2]

พูดง่ายๆ คือจะเก็บข้อมูลเรื่องมิติเพศทางเพศของพวกเราไปก็ต้องมีเหตุผลที่จะนำไปใช้ด้วยนั่นเอง เพราะถ้าสมมุติว่า ฉันจะแค่ลงทะเบียนเข้าค่ายฮีลใจ คุณจะรู้ไปทำไมว่าฉันเป็นหญิงตรงเพศหรือหญิงข้ามเพศ จะรู้ไปทำไมว่าเพื่อนฉันรักหญิง รักชาย หรือรักสองเพศ หรือรู้ไปเพื่อที่จะปฏิบัติตามภาพเหมารวม หรือใช้กีดกันเราหรือเปล่า?

หรือแม้แต่ในการสำรวจวิจัย ก็ควรจะคำนึงถึงคนข้ามเพศ ด้วยการไม่นำเพศกำเนิดมาตีตราพวกเราด้วย เช่น ถ้าคุณสอบถามเพศกำเนิด ทั้งๆ คุณแค่กำลังอยากสอบถามเชิงประชากรศาสตร์ว่าด้วยพฤติกรรมในการดื่มน้ำอัดลม ฉันก็จะรู้สึกไม่อยากตอบเท่าไหร่ เพราะตัวตนฉันจริงๆ อยู่ที่เพศสภาพมากกว่า ไม่ใช่เพศกำเนิด จึงอาจจะทำให้ข้อมูลของพวกคุณไม่แม่นตรงได้ กรณีที่ฉันจะตอบเรื่องเพศกำเนิดคือแบบสำรวจทางการแพทย์ที่เน้นเรื่องสรีระทางเพศเท่านั้น

ตัวอย่างที่ดีก็มีค่ะ ล่าสุดฉันเคยตอบแบบสอบถามของโรงพยาบาลศิริราชเกี่ยวกับเรื่องการเทคฮอร์โมนของคนข้ามเพศ ที่เน้นถามเรื่องเพศสภาพ ไม่ได้ถามเพศกำเนิด และไม่ได้เอาเพศสภาพมาปนกับเพศวิถี ทำให้เราเห็นว่าในไทยก็มีพัฒนาการอยู่บ้าง

สำหรับในต่างประเทศนั้นก็เริ่มเห็นแนวโน้มที่แบบสำรวจจะหันมาถามเพศสภาพแทนเพศกำเนิดกันมากขึ้น จากการสำรวจสัมมะโนประชากรของสหรัฐฯ ในปี 2560 เปิดเผยว่าผู้คนไม่ค่อยเลี่ยงตอบคำถามเกี่ยวกับเพศสภาพและเพศวิถีกันแล้ว[2] นอกจากนี้ก็เริ่มมีการเพิ่มตัวเลือกสำหรับนอนไบนารีและเพศอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ในปี 2565 พบว่ามีแบบสำรวจอยู่ร้อยละ 64 ที่ระบุเพศมากกว่าสองเพศ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อดูจากกราฟสถิติ เทียบกับสิบปีก่อนหน้านั้นคือในปี 2555 ที่มีแบบสำรวจที่ระบุเพศมากกว่าสองเพศอยู่เพียงแค่ร้อยละ 16 เท่านั้น นับว่ามีแบบสำรวจที่คำนึงถึงเพศสภาพที่หลากหลายเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า[3]

ถามว่าเรื่องเหล่านี้เราจะคำนึงถึงไปทำไม? 

เพราะมันเกี่ยวข้องกับความแม่นตรงของการสำรวจข้อมูลประชากรศาสตร์ค่ะ และเกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมือจากผู้ทำแบบสอบถามด้วย 

ถ้าเกิดว่าคุณสร้างแบบสอบถามโดยใช้ภาษาไม่ inclusive ไม่แยกแยะ SOGIE+ หรือ ระบุเพศไม่ครอบคลุมพอ ก็อาจจะทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกไม่อยากตอบ รู้สึกไม่เป็นมิตรต่องานอีเวนต์ ต่อค่าย หรือต่อองค์กรของคุณ หรือกระทั่งสร้างภาพลบกับองค์กรของคุณไปเลยก็ได้

สำหรับคนที่กลัวจะงงว่า 

แล้วฉันจะออกแบบ แบบสำรวจ กับ แบบฟอร์มลงทะเบียน ยังไงดีล่ะ!

ริงโกะ ก็ได้ทำ Google Form แบบจำลอง เพื่อเป็นเครื่องมือเอาไปปรับใช้กันได้ตามแต่สถานการณ์เลยค่ะ

กรณี 1 ; แบบฟอร์มลงทะเบียน ค่าย หรือ งานอีเวนต์ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่อยากสำรวจจำนวนกลุ่มประชากรที่เข้าร่วม
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeaBDdQFv4sX82OlvmnD5mKgPz4RxW8lFjB8NZOPR_iQ4fq-g/viewform?usp=dialog

กรณี 2 : แบบฟอร์มลงทะเบียน ค่าย หรือ งานอีเวนต์ ที่เกี่ยวของกับเรื่องเพศสภาพ และเพศวิถี
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSci_eM1T6ygRbLF2BnskcdRG0rb-1boiZ1gPJvcneTETXgh4Q/viewform?usp=dialog

กรณี 3 : แบบฟอร์มงานวิจัย หรือแบบสำรวจเชิงประชากรศาสตร์ ที่มีการแยกแยะกลุ่มประชากรตามเพศ(สภาพ)

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSchHOXTOkW19eQiOJUoEQO1UF_gJ8U0xSwGtlGk9lIW8ipmwQ/viewform?usp=dialog

กรณี 4 : แบบฟอร์มงานวิจัย เชิงการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นคนข้ามเพศ (เช่น การเทคหรือไม่เทคฮอร์โมน ความต้องการในการผ่าตัดแปลงเพศ ฯลฯ)

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScXHWvijCO4TFfwkmQ24CqWgEXinFAeYpu92xUq7lKZhx3low/viewform?usp=dialog

กรณี 5 : แบบฟอร์มงานวิจัย เชิงการแพทย์ ที่มีความเข้มงวดว่าต้องใช้ข้อมูลเพศสรีระตามเพศที่ถูกระบุโดยกำเนิด

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfJxBqiDnizS3g1G2670xlv-gZjmvPlxZyX0xvuGGMO01kaOQ/viewform?usp=dialog

[1] https://www.westernsydney.edu.au/__data/assets/pdf_file/0006/1827879/GUIDANCE_Gender_Inclusive_Language_for_survey_questions.pdf

[2]

https://www.surveymonkey.com/curiosity/ask-survey-questions-sexual-orientation-gender-identity

[3]

https://www.surveymonkey.com/curiosity/gender-inclusive-surveys-around-the-world

[4]

https://edu.admin.ox.ac.uk/gender-identity-survey-questions

About The Author

Translate »