เปิดวิธีปฏิบัติฉบับพ่อแม่ เมื่อสมาชิกใหม่ของครอบครัว ลืมตาดูโลกในฐานะ ‘Intersex’

เชื่อเหลือเกินว่า ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจความหมายของ ‘Intersex’ ซึ่งเป็นภาวะปกติและเป็นธรรมชาติที่ร่างกายของคนหนึ่งสามารถมีลักษณะทางเพศที่ผสมผสานกันได้

.

อย่างไรก็ตาม ในสังคมยังคงมีคนอีกหลายกลุ่มที่ไม่เข้าใจความหมายของภาวะนี้ นำมาสู่การมองด้วยสายตาว่า พวกเขาเป็นสิ่งผิดปกติและเป็นโรคร้ายที่ต้องได้รับการรักษา หากแต่แท้จริงแล้ว Intersex คือคนปกติที่มีลักษณะทางชีววิทยาที่ไม่เข้ากับกรอบเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น

.

ดังนั้น ประตูด่านแรกที่ควรจะเข้าใจ Intersex มากที่สุด เมื่อเขาลืมตาดูโลก คงหนีไม่พ้นครอบครัวอย่างพ่อและแม่ Young Pride Club จึงขอชวนมาดูวิธีปฏิบัติต่อ Intersex ฉบับพ่อแม่ว่าเราควรทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าสมาชิกใหม่เป็น Intersex

.

1.ลูกคุณเป็น ‘ปกติ’ เมื่อเกิดมามีลักษณะทางเพศที่หลากหลาย

.

หากลูกของคุณเกิดมาแล้วและคุณพบว่า เขามีลักษณะทางเพศที่ผสมผสานกันอยู่ในคนคนเดียวนั้น จงอย่าตกใจ เพราะลูกของคุณไม่ได้มีความผิดปกติทางร่างกายหรือเป็นโรคร้ายแต่อย่างใด แต่มีภาวะ ‘Intersex’ หรือภาวะที่บุคคลเกิดมาพร้อมกับลักษณะทางชีววิทยาที่ผสมผสานกันระหว่างเพศชายกับเพศหญิง ทั้งร่างกาย ฮอร์โมน หรืออวัยวะเพศ

.

ดังนั้น สำหรับพ่อแม่ จงจำไว้ว่า นี่เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ทั่วไปเรียกกันว่า ‘Intersex’ หรือผู้ที่กำเนิดมาพร้อมลักษณะทางเพศที่ไม่ตรงกับแนวคิดตามกรอบเพศทั่วไปที่ร่างกายเป็นหญิงหรือชาย ตามนิยามของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

.

2. จำเป็นไหมที่ต้องให้ลูกเป็นเพศใดเพศหนึ่ง?

.

สำหรับพ่อแม่บางคนอาจตั้งคำถามกับตัวเองว่า ควรจะเลือกเพศให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ ดีไหม ด้วยความเป็นห่วงว่าในอนาคตลูกอาจกลายเป็นคนแปลกแยกทางสังคม

.

แต่ข้อเท็จจริงคือ Intersex ไม่ใช่ภาวะที่เป็นโรคร้าย พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากว่าร่างกายแต่ละส่วนยังสามารถใช้งานได้โดยปกติ ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นที่พ่อแม่จะเลือกเพศให้กับลูกของตัวเองตั้งแต่เกิด

.

ในทางกลับกัน การตัดสินใจของพ่อและแม่ในการเลือกเพศใดเพศหนึ่งให้กับลูก อาจทำให้เขาต้องเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดตั้งแต่วัยเด็ก เช่น การผ่าตัดอวัยวะเพศ หรือการรับฮอร์โมนเพื่อให้ร่างกายแสดงออกเพศเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้พวกเขาเติบโตมาด้วยสำนึกทางเพศที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ครอบครัวเลือกให้ นำไปสู่ปัญหาการไม่ยอมรับตัวเอง และทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า จนอาจเกิดการฆ่าตัวตายในอนาคต

.

3. การตัดสินใจคือของลูก

.

ในช่วงที่ลูกโตขึ้นมาในภาวะของ Intersex นอกจาก ครอบครัวจะต้องทำหน้าที่สร้างความเข้าใจกับเขาแล้ว อีกหน้าที่หนึ่งคือการปล่อยให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจเมื่อเขาโตขึ้น

.

ไม่ว่าเขาต้องการใช้ชีวิตในฐานะ Intersex หรือเขาต้องการที่จะเลือกเป็นเพศใดโดยไม่ได้ถูกบังคับ ทำให้เสียความเป็นอิสระ หรือการกดดันให้เลือกของครอบครัวทั้งที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Intersex โปรดสนับสนุนสิ่งที่เขาเลือกอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกได้เป็นตัวของตัวเอง เพราะร่างกายของเขาจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

.

4. ให้ครอบครัวเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’

.

แน่นอนว่า พ่อแม่หลายคนมีความกังวลมาตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณของการมีสมาชิกใหม่ในบ้านเป็น Intersex จากการที่พวกเขาไม่ได้เข้ากรอบชายหรือกรอบหญิงเสียทีเดียว ทำให้หลายครอบครัวคาดการณ์ว่า ลูกของพวกเขาอาจเข้ากับสังคมไม่ได้ ถูกล้อเลียน และอาจได้รับอันตรายจากการถูกกลั่นแกล้ง

.

ทว่า การแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่การทำให้ลูกของคุณเหลือเพียงเพศเดียว แต่เป็นเรื่องของการปกป้องลูกของคุณอย่างใกล้ชิด ให้เขาห่างไกลจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ

.

อีกสิ่งที่คุณต้องทำคือการผันตัวเองมาเป็นนักรณรงค์ในฉบับพ่อกับแม่ สร้างความเข้าใจและมุมมองที่ถูกต้องเกี่ยวกับ Intersex เมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษา กับครู ไปจนถึงกับข้าราชการที่อาจตั้งคำถามด้วยความไม่รู้แทน

.

ที่สำคัญที่สุด โปรดแสดงตนเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้กับลูก สร้างสังคมที่ปลอดอคติทางเพศให้กับเขาโดยเริ่มจากที่บ้าน ให้เขาได้ระบายความในใจ โดยมีพ่อแม่เป็นผู้รับฟัง หากว่าเขาเจอเรื่องร้ายๆ ที่มีอคติทางเพศมาข้องเกี่ยว และจงทำในสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือการ ‘ปกป้อง’ ลูกของตัวเองอย่างแข็งขันจากสิ่งเหล่านั้น

.

#YoungPrideClub #MANUSHYA #Intersex

About The Author

Translate »