มีประเด็นตั้งมากมายให้วิพากษ์วิจารณ์ข้าราชการ แต่คนไทยเลือก ‘ประณาม’ ข้าราชการหญิง ที่แต่งหน้ามาทำงานเพื่อความมั่นใจของตัวเอง

“เอาคนแบบนี้มาทำงานได้ยังไง”

“งานข้าราชการนะ ไม่ใช่ตลกคาเฟ่”

“เป็นข้าราชการอยู่ในเครื่องแบบ แต่งหน้าให้มันดีๆ หน่อย”

.

เหล่านี้เป็นข้อความที่ถาโถมเข้ามาใต้ช่องแสดงความคิดเห็นของเพจเทศบาลตำบลปะแต อำเภอยะหา เพื่อตอบสนองต่อภาพของตัสนีม ทับคำ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ระหว่างประชุมจัดทำเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยพุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์การแต่งหน้าของเธอ ซึ่งปัจจุบันภาพของเธอเพียงภาพเดียวยอดแสดงความคิดเห็นกว่า 4.4 พันข้อความแล้ว และแน่นอนว่าจำนวนไม่น้อยกำลังเป็นไปทางลบ

.

บางส่วนก่นด่าพุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลว่า การเลือกสีลิปสติก เขียนคิ้ว ใช้รองพื้นของตัสนีมเป็นสิ่งที่ผิด ด้วยการสถาปนาตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัย บางส่วนก่นด่าไปที่ความเหมาะสมในตำแหน่ง มองว่าการแต่งหน้าของเธอไม่เหมาะกับชุดข้าราชการที่สวมใส่ ไม่เหมาะกับบริบทของการทำงานราชการ กระทั่งตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการหญิงรายดังกล่าว

.

ในสังคมไทยและอาจจะรวมถึงในสังคมอีกหลายประเทศทั่วโลก ผู้หญิงมักตกเป็นคำถามของสังคมเสมอมา ตั้งแต่อดีตที่ไลฟ์สไตล์ของพวกเธอที่แปลกแยกจากสังคมถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘แม่มด’ ทำให้เกิดการล่าและฆ่าทิ้ง การแต่งกายที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นสาเหตุของการข่มขืนผู้หญิงหรือไม่ มาจนถึงปัจจุบันนี้ ผู้หญิงก็ยังคงถูกตั้งคำถามเดิมๆ และเชื่อเหลือเกินว่าคำถามที่กำลังกระโจนเข้าหาตัสนีมในตอนนี้ ก็เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงนับล้านคนทั่วโลกและรวมถึง LGBTQ+ เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้น

.

และพวกเธอต่างก็ตอบคำถามนั้นด้วยคำตอบเดิมๆ เสมอมาว่า มันคือรสนิยมของฉัน เพื่อความมั่นใจของฉัน ซึ่งการทำเพื่อตัวเองเช่นนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากการที่ผู้ชายเซ็ตผมออกไปข้างนอกบ้านเสียเมื่อไร แต่ทำไมเราถึงไม่ตั้งคำถามกับพวกเขาแบบที่ตั้งคำถามกับผู้หญิงบ้าง เคยสงสัยหรือไม่

.

ที่น่าแปลกยิ่งกว่าอะไร คือการแต่งหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งได้ถูกผูกโยงเข้ากับความสามารถในการทำงานของเธอเสียแล้ว เพียงเพราะเธอไม่ได้ทำตามมาตรฐานของสังคมบางประการในอีกหมวดหมู่หนึ่ง เช่น เรื่องความสวยความงาม สังคมนั้นๆ ก็พร้อมจะโยนเธอเข้าไปตัดสินในอีกหมวดหมู่หนึ่ง เช่น กรณีของตัสนีมก็คือการทำหน้าที่ข้าราชการของเธอ

.

แต่คนไทยยอมรับหรือไม่ว่า คนที่อยู่ในกรอบมาตรฐานทางสังคม และบางทีอาจจะสูงกว่ามาตรฐานทางสังคมไปเสียด้วยซ้ำ กลับกลายเป็นข้าราชการที่ผิดจริยธรรมตั้งแต่เริ่ม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายตำแหน่ง รับส่วย ฉ้อโกง แต่คนกลุ่มนี้ในช่วงที่ยังเป็นข้าราชการ พวกเขาไม่ค่อยถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานสักเท่าไร เพราะยังอยู่ในมาตรฐานของสังคม แต่งตัวดีตามมาตรฐานของสังคม พูดจาดีตามมาตรฐานของสังคม แต่งหน้าดีตามมาตรฐานของสังคม

.

ในปัจจุบัน มีเรื่องราวเกี่ยวกับแวดวงข้าราชการมากมายให้คนไทยได้แผดเสียงก่นด่า มีเรื่องฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ที่หลักฐานชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ มีเรื่องว่าที่ข้าราชการครึ่งหมื่นกลายเป็นพวกทุจริตเพื่อให้ตัวเองได้เป็นข้าราชการท้องถิ่น มีข้าราชการรับส่วยเปิดทางให้ธุรกิจมืดเข้าครอบงำประเทศ เป็นเรื่องที่น่ากลัวและดูจะกระทบคนไทยมากที่สุด แต่ถึงกระนั้น คนไทยเลือกที่จะด่าพวกเขาหน่อยหนึ่ง หรือไม่ด่าเลย เพราะว่าพวกเขามีมาตรฐานทางสังคมใช่หรือไม่

.

เช่นเดียวกันกับสื่อ สำนักข่าวหลายเจ้าที่เคยทำให้ผู้ร้ายกลายเป็นดารา หลายสำนักก็ลงสนามมาเล่นเรื่องนี้ โดยไม่มีเป้าหมายว่าต้องทำให้สังคมตื่นรู้และรับฟังเสียงของผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายว่าเพื่อขับเคลื่อนให้สังคมหยุดตั้งคำถามต่อรสนิยมของผู้หญิง แต่เป็นการนำเสนอเพื่อเป้าหมายเดียวคือ ‘ยอดการเข้าถึง’ โดยไม่สนใจว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจะเผชิญกับอะไรจากการนำเสนอของพวกเขา ขณะเดียวกัน พวกเขายังตามสืบเรื่องนี้ลึกยิ่งเสียกว่า มีการสัมภาษณ์ผู้บังคับบัญชา สัมภาษณ์ตัวเธอเองในทำนองว่า ทำไมจึงแต่งหน้าเช่นนั้น ทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัว พวกเขาช่างเป็นสื่อที่มีมาตรฐานเสียจริง

.

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีคนไทยสักคนแย้งขึ้นมาว่า เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์การแต่งหน้าของตัสนีมได้ ในขณะเดียวกันก็ด่าพวกข้าราชการสีเทาๆ ไปด้วยได้เช่นเดียวกัน แต่ก็อยากให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองสักนิดก่อนจะพ่นสิ่งใดออกจากปากไปว่า แล้วเราด่าผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาแต่งหน้าเพื่อความมั่นใจไปทำไม การแต่งหน้ามีผลกระทบกับชีวิตของคุณมากหรือ ในโลกนี้ไม่มีงานวิจัยใดที่ชี้ว่าการแต่งหน้าของผู้หญิงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเธอลดลง และก็คงไม่มีงานวิจัยใดที่ชี้ว่า การแต่งหน้าของผู้หญิงทำให้คนรอบข้าง หรือใครก็ตามนอกจากตัวของเธอเองกลายเป็นผู้ได้รับความเสียหาย

.

ดังนั้น เมื่อการแต่งหน้าของผู้หญิงไม่ใช่ ‘ฆาตกร’ ไยสังคมจึงยังนั่งด่าผู้หญิงกันอยู่?

.

ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นนับร้อยนับพันประเด็นให้คนไทยตั้งคำถามถึงข้าราชการ แต่เมื่อคนไทยตั้งคำถามถึงข้าราชการหญิงคนเดียวเพียงเพราะการแต่งหน้าของเธอ แสดงว่าเรื่องนี้ต้องสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทุจริตคอร์รัปชัน การฮั้วผลประโยชน์ ซึ่งคนไทยทุกคนเสียผลประโยชน์ร่วมกันเป็นแน่แท้ ก็น่าสนใจว่า สังคมจะเป็นอย่างไรต่อไปหากว่าสังคมไทยยังคงเป็นกันอยู่แบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าติดตามจริงๆ

.

#YoungPrideClub #แต่งหน้า #ข้าราชการ #ยะลา #มาตรฐานสังคม #บูลลี่ #BeautyStandard

About The Author

Translate »